LMS กับการสนับสนุน Interactive Education ในยุค New Normal

PeopleStrong | KhonatWork

การระบาดทั่วโลก ของไวรัส COVID-19 เป็นปัจจัยสำคัญที่เร่งกระแสการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัล ก่อนหน้าการแพร่ระบาดของ COVID-19 ธุรกิจจำนวนมากเลือกที่จะชะลอการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัล เนื่องจากวิธีการ "เก่า" ของพวกเขายังคงได้ผลในระดับหนึ่ง แต่ภายหลังการระบาดใหญ่ได้เร่งอัตราการพัฒนาหลายสิ่งบนโลก และทำให้ธุรกิจในทุกภาคอุตสาหกรรม ตระหนักว่า “หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงมากพอ” องค์กรจะ “ไม่มีประสิทธิภาพและไม่สามารถแข่งขันได้” ดังนั้น “ดิจิทัล” จึงเป็นทางออกเดียวที่จะปลดล็อกความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจในระยะยาว


ปัจจุบัน องค์กรต่างๆมีแนวโน้มที่จะมีความหลากหลายของพนักงานเพิ่มขึ้น (Diversity) ในขณะเดียวกันองค์กรต้องเผชิญความท้าทายรอบด้าน เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานทุกคนจะมีทักษะที่จำเป็นต่อการประสบความสำเร็จในสายอาชีพของตน และ มีมากพอสำหรับการขับเคลื่อนองค์กรในยุค New Normal องค์กรทุกประเภทจึงมุ่ง แสวงหาเครื่องมือออนไลน์เพื่อสนับสนุน ให้พนักงานสามารถเรียนรู้ได้ ทุกที่ ทุกเวลา ตามความสะดวกของแต่ละคน LMS จึงเป็นตัวเลือกลำดับต้นๆที่องค์กร กำลังพิจารณาเลือกใช้


บทความนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับ LMS และฉายภาพให้เห็นความยอดเยี่ยมของ LMS ในการส่งเสริมการเรียนรู้


เริ่มต้นที่ทำความรู้จักว่า LMS คืออะไร

LMS ย่อมาจาก Learning Management System ภาษาไทยใช้ว่า “ระบบการจัดการการเรียนรู้” LMS เป็น Software-as-a-Service (SaaS) ให้บริการผ่านอินเทอร์เนตบนเว็บแอปพลิเคชั่น โดยผู้ใช้งานสามารถเรียกใช้บริการได้ตามความต้องการตลอด 24 ชั่วโมง LMS มีคุณสมบัติแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับผู้พัฒนา โดยหลัก ๆ แล้ว LMS ทำหน้าที่ช่วยให้ผู้เรียนและผู้สอนสื่อสารกันได้ ผ่านเครื่องมืออำนวยความสะดวก เช่น e-mail ห้องสนทนา กระดานถาม - ตอบ นอกจากนั้นแล้ว LMS ยังมีองค์ประกอบที่สำคัญ ที่ช่วยให้การเรียนรู้เกิดผลลัพธ์ที่น่าพอใจ คือ มีกระบวนการจัดการหลักสูตร (Course Management) การติดตามความคืบหน้าของผู้เรียนบนระบบเพื่อให้ผู้สอนสามารถนำไปวิเคราะห์ ติดตามและประเมินผลการเรียนการสอนได้ (Progress Tracking) รวมถึง การออกหลักฐานรับรองการประเมินตามที่หลักสูตรกำหนด (Creation Certification)


LMS ที่ดีควรมีเนื้อหาหลากหลาย พร้อมด้วย ภาพ เสียง เอกสารประกอบการเรียนการสอนและออกแบบการเรียนรู้ให้ ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์กับการเรียนรู้ ผู้สอนสามารถ "ตอบโต้" กับผู้เรียนได้ หรือเรียกง่าย ๆ ว่าเป็น การเรียนรู้แบบตอบโต้ (interactive education) LMS ที่ทันสมัยที่สุดในขณะนี้ มีคุณสมบัติ ช่วยให้ผู้ใช้งานสนุกกับประสบการณ์การเรียนรู้ซึ่งรองรับการเรียนรู้ในรูปแบบ gamification และ สนับสุนุนการเก็บข้อมูล (data collection) รวมถึง social learning services


เมื่อลงทุนใน LMS องค์กรจะได้รับผลตอบแทนอย่างไร

สำหรับองค์กรธุรกิจ LMS มีประโยชน์อย่างชัดเจนในการช่วยให้การฝึกอบรมง่ายขึ้น ลดต้นทุน และ ให้ประสิทธิภาพมากขึ้น เมื่อเปรียบเทียบ LMS และ การฝึกอบรมแบบออฟไลน์ LMS ง่ายต่อการนำมาปรับใช้สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ที่มีพนักงานหลายร้อยคน หรือ องค์กรที่มีสาขากระจายในพื้นที่ต่างภูมิภาค ปัจจุบันธุรกิจชั้นนำหลายแห่งใช้ LMS เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ออนไลน์อย่างแพร่หลาย โดยนำมาใช้ในกิจกรรม อาทิ Compliance training การฝึกอบรมเพื่อให้ Certification รวมถึงการสัมมนาในรูปแบบ Video Seminars


กล่าวโดยสรุปแล้ว การลงทุนใน LMS มีความคุ้มค่ากับองค์กร คุ้มค่าอย่างไร อาจเริ่มจากการพิจารณาโดยใช้คำถามที่ว่า “ทำไมองค์กรต้องส่งเสริมการเรียนรู้ให้พนักงาน?” เพราะนี่คือต้นทุนที่องค์กรต้องจ่าย เมื่อจ่ายแล้วองค์กรจะได้อะไร?


แน่นอนว่า ผลลัพธ์จากการเรียนรู้ ของพนักงาน ทำให้เกิด ทักษะ และชำนาญในงานที่ทำ และรวมถึงเกิดความสามารถใหม่ ย่อมส่งผลลัพธ์โดยตรงต่อตัวพนักงาน เมื่อรอบรู้ในงานที่ทำมากขึ้น จะส่งผลให้มีความก้าวหน้าในอาชีพ และมีโอกาสได้รับค่าตอบแทนที่สูงขึ้น จุดนี้เองที่องค์กรจะได้รับผลประโยชน์ไปด้วย กล่าวคือ เมื่อคุณสามารถนำ LMS มาใช้เพื่อลดช่องว่างด้านทักษะและความรู้ของพนักงานแต่ละคน องค์กรจะมีพนักงานที่มีทักษะสูงขึ้น สามารถเพิ่มผลผลิต และเพิ่มประสิทธิภาพให้องค์กรได้มากขึ้นไปด้วย ดังนั้นองค์กรต่าง ๆ จึงไม่ควรดูถูกพลังที่ยอดเยี่ยมของ LMS สิ่งที่องค์กรควรให้ความสำคัญคือ การเสนอโอกาสให้พนักงานได้เรียนรู้และพัฒนาความสามารถอยู่เสมอ


จากการ ศึกษาของ PeopleStrong ผู้นำด้านการให้บริการเทคโนโลยีเกี่ยวกับการจัดการและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และผู้เชี่ยวชาญ ที่มุ่งเน้น การออกแบบชีวิตการทำงานเพื่ออนาคต (New Code of Work) พบว่า บริษัท ที่มีโปรแกรมการฝึกอบรมที่ครอบคลุม มีรายได้สูงขึ้น 218% และอัตรากำไรสูงขึ้น 24% เมื่อเทียบกับ บริษัท ที่ไม่มีการฝึกอบรมอย่างเป็นทางการและยังพบอีกว่า การใช้งาน LMS เป็นวิธีที่ดีเยี่ยมในการสนับสนุนการเรียนรู้ การวิจัยของ IMB พบว่าเงินทุก ๆ ดอลลาร์ที่ลงทุนใน e-learning จะทำให้เกิด Productivity ที่เพิ่มขึ้น มากกว่า 30 เท่า การศึกษาเดียวกันยังแสดงให้เห็นว่าผู้เข้าร่วม e-learning ยังเรียนรู้เนื้อหามากกว่า 5 เท่าในช่วงเวลาเดียวกันกับหลักสูตรการเรียนรู้แบบเดิม


นอกจากนี้ PeopleStrong ยังได้รวบรวม 10 ประโยชน์สูงสุดของ LMS ไว้ประกอบด้วย

1. ช่วยลดต้นทุนการเดินทางและเวลาจ่ายเงินให้กับผู้เรียน

2. สามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลา

3. ลดความซับซ้อนของกระบวนการเรียนรู้

4. อัปเกรดข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว และ ง่ายดายจากฐานข้อมูลเดียว

5. ทำให้ผู้เรียน ผู้สอน เพลิดเพลินไปกับความสามารถในการประเมินผล

6. เรียนรู้จาก a single centralized portal

7. ขจัดอคติและช่วยให้ผู้เรียนก้าวไปตามจังหวะความสนใจเฉพาะบุคคล

8. เนื้อหาที่คุณเรียนรู้ไม่มีวันหายไป

9. ทำให้องค์กรเห็นภาพชัดเจนว่าแต่ละแผนกใน บริษัท ใช้จ่ายอะไรบ้างเกี่ยวกับการ ฝึกอบรม

10. ส่งเสริมการมีกิจกรรมร่วมกันระหว่างผู้ใช้งาน


อัตราเติบโตของตลาด LMS ทั่วโลก มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลระบุว่า โดยเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ระหว่างปี 2020 ถึง 2024 อัตราเติบโตอยู่ที่ 20.31% ทั้งนี้เพราะได้รับแรงหนุนจากตลาดโทรศัพท์มือถือที่กำลังเติบโตและความนิยมที่เพิ่มขึ้นของนโยบาย Bring Your Own Device (BYOD) ที่หลายองค์กรนำมาใช้ ซึ่งเป็นการให้พนักงาน นำอุปกรณ์ของตัวเองมาใช้ในสถานที่ทำงาน โดยอาศัยการเชื่อมต่อระบบ Network ขององค์กร รวมถึงสืบเนื่องมาจากการพัฒนาของ AI และ คุณสมบัติของ Augmented Reality (AR) ที่เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งการเพิ่มขึ้นของการนำ gamification มาใช้ในการเรียนรู้


หากคุณสนใจนำ LMS ไปใช้เพื่อการส่งเสริมการเรียนรู้ในองค์กร โปรดอย่าเพิ่งตัดสินใจจนกว่าจะได้รับประสบการณ์จากการอ่านบทความต่อไปของเรา ที่จะนำเสนอคู่มือในการเตรียมการและการเลือกใช้บริการ LMS


หากคุณพบว่าบทความนี้มีประโยชน์ โปรดดูบล็อกของ Peoplestrong ได้ที่ https://www.peoplestrong.com/blog/ นอกจากนี้คุณยังสามารถ ติดต่อ Peoplestrong ประเทศไทย ได้ทุกเมื่อหากต้องการเคล็ดลับในการปรับใช้ระบบการจัดการการเรียนรู้ในองค์กรของคุณที่ https://www.peoplestrong.com/th


#Peoplestrong #newcodeofwork #LMS

ดู 183 ครั้ง0 ความคิดเห็น