• KHON

Learn, Unlearn, Relearn

คุณอริญญา เถลิงศรี - กรรมการผู้จัดการ SEAC | วารสารการบริหารฅน 4/2560

กล้าเรียนรู้ เปิดรับสิ่งใหม่ หัวใจของการพัฒนาทุนมนุษย์

ในสมัยศตวรรษที่ 21 คนที่ไม่มีความรู้ไม่ใช่คนที่อ่านหนังสือไม่ได้ เขียนตัวหนังสือไม่ได้ แต่เป็นคนที่ไม่ learn, unlearn, relearn ต่างหาก การที่คนไปโรงเรียน ก็เพื่อที่จะมีการศึกษา มีความรู้มากขึ้น


ทำไม? ทำไมในอดีต คนไม่ต้องพูดเยอะ เรื่อง Learn Unlearn Relearn ก็เพราะว่า ในอดีตใครจะไปคิดว่า รถจะขับเองได้ ใครจะคิดว่าแม่ค้าในตลาดจะใช้ QR code ได้ โลกของเราได้เปลี่ยนแล้ว มีสิ่งที่เกิดขึ้น แบบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ก่อนที่จะไปเข้าใจเรื่อง Learn Unlearn Relearn เราต้องเข้าใจสภาพสังคมในปัจจุบันก่อน ว่าวันนี้เราไม่ได้อยู่ในสภาพแบบเดิม การเปลี่ยนแปลงอาจไม่ทำให้เกิดผลกระทบต่อธุรกิจ แต่พนักงาน และลูกค้าของเรา เขาเปลี่ยน Lifestyle ไปแล้ว เราจึงต้อง Learn to Unlearn and Relearn


สิ่งที่ยากในการ Unlearn คือ เราเป็นเหมือนน้ำที่เต็มแก้ว ถึงแม้ว่าเราจะได้เรียนรู้สูตรใหม่มา แต่หากว่าเรายังคงใช้กระบวนการแบบเดิม มันก็ไม่มีประโยชน์ที่จะ Learn ดังนั้น เราจึงจะต้อง Unlearn ก่อน


ทำไม Apple จึงยังคงเป็นบริษัทที่มีสินค้าใหม่ๆที่ไม่มีใครมีมาก่อน ก็เป็นเพราะว่า วัฒนธรรมในองค์กรของเขา สอนให้คนเรียนรู้ที่จะ Unlearn ไม่ยึดติดว่าเราเจ๋ง เราเก่งกว่าใคร แต่เขาต้องคิดว่าเค้าออกแบบไม่เก่งเลย เพื่อที่จะ Relearn ในสิ่งที่ไม่มีใครทำมาก่อน หากเขาคิดว่าเขาเจ๋งแล้ว เก่งแล้ว เขาก็จะไม่คิดค้นในสิ่งที่ดีกว่า


เล่าจื้อ ได้กล่าวว่าในทุกๆวัน เราได้เพิ่มความรู้ใหม่เข้ามา แต่แท้จริงแล้วเราต้องเรียนรู้ที่จะทิ้งสิ่งเก่าด้วย เพื่อรับรู้สิ่งใหม่ในทุกวัน ถ้าเราไม่ทิ้งสิ่งเก่า เราก็ไม่ได้เรียนรู้และเข้าใจสิ่งใหม่ได้จริง ไม่เพียงแค่คุณจะต้องเรียนรู้ในสิ่งใหม่ แต่คุณต้องเรียนรู้ที่จะเอาออกไปด้วยเพื่อที่จะได้ทำสิ่งใหม่ให้ได้ดียิ่งขึ้น

อันตรายจากการไม่ Unlearn คือ การรู้แล้ว ไม่เรียนแล้ว พอแล้ว อันนี้ก็รู้แล้ว มันทำให้เราปิดกั้นในการเรียนรู้สิ่งใหม่ วันนี้คนเริ่มมานั่งมอง ว่าสิ่งที่มีมาในอดีต จะต้องแบบเดิมอีกต่อไปใช่ไหม ?

ยกตัวอย่างเช่น แต่ก่อนการซื้อของเป็นสิ่งที่ยาก จะต้องออกมาซื้อของด้วยตัวเอง แต่ในปัจจุบัน มีคนคิดว่ามันต้องไม่เป็นเป็นแบบเดิม การ Unlearn นี้เอง ทำให้เกิดสิ่งใหม่ การซื้อของออนไลน์จึงเกิดขึ้น หากเราไม่ Unlearn ในสิ่งเก่า เราก็จะไม่เกิดการซื้อของในแนวทางใหม่ได้เลย


การที่เราจะ Unlearn ได้เราต้องรู้สึกก่อน หากเราไม่รู้สึก เราก็ไม่สามารถที่จะ Unlearn ได้เลย เปรียบเทียบกับแก้วที่มีน้ำอยู่เต็มแก้ว ก่อนที่จะ Unlearn เราต้องคว่ำแก้วน้ำนั้นเสียก่อน แล้วเราจะพร้อมที่จะ Learn ในสิ่งใหม่ ก่อนที่องค์กรจะส่งพนักงานไป Training หรือ Learning องค์กรต้องทำให้พนักงานรู้สึกกระหายในการเรียนรู้เสียก่อน เหมือนกับการคว่ำแก้วน้ำลง เพื่อที่จะพร้อมเติมในสิ่งใหม่ ถ้าเราไม่เป็น Empty Cup เราก็ไม่รู้สึกอยากเรียนรู้


ตอนที่ได้มีโอกาส ได้ไปเยี่ยมชม Facebook Headquarter ได้ไปนั่งคุยกับทาง HR ถามเขาว่า ใน Facebook มี turnover เท่าไร เขาตอบว่า turnover คืออะไร การออกไปของพนักงาน Facebook เขาไม่ได้เรียกว่ามันคือ turnover แต่เขากล่าวว่า พนักงานพวกนั้น ออกไปทำงานที่อื่นเพียงแค่อยากไป Learning หาประสบการณ์ใหม่ๆ ต่างหาก Facebook ยังคงเป็นบ้านของพวกเขาเสมอ นี่คือตัวอย่าง การ Unlearning ของคำว่า turnover เมื่อเรามองคำว่า turnover ไปในอีกทาง มันทำให้เรา treat เขาอีกแบบไปเลย ไม่ต้องทำให้เรากังวลว่า เขาจะไปทำงานกับคู่แข่งไหม หรือเขาจะไปทำอะไร


เราลองมา Unlearn สิ่งใหม่ๆกัน เริ่มจาก กอดอก แล้วหันหน้าไปทางซ้าย แล้วคุณลองสลับแขน คุณจะรู้สึกว่ามันแปลก มันยาก หากคุณลองสลับแขนไปมา 10 รอบ คุณก็จะสามารถปรับตัว และเรียนรู้ที่จะสลับแขนไปมา นี่คือตัวอย่าง ที่ว่าคนเราสามารถ Unlearn ได้ตลอดเวลา เพียงแค่จะต้องพยายามฝึกฝนกันบ่อยๆ มันอาจจะยากในช่วงแรก แต่เชื่อสิ ว่าเราทำได้


คนอาจจะคิดว่า สิ่งที่ Block การ Learning ในองค์กร คือการกลัวความล้มเหลว ขี้เกียจ แต่จริงๆ แล้ว สิ่งที่ Block การ Learning วัฒนธรรมขององค์กรนั้นเอง ดังนั้นเราต้อง สร้างวัฒนธรรม ที่ดีให้เกิดขึ้นภายในองค์กร มนุษย์ที่เกิดมาไม่มีใครที่จะรู้ในสิ่งต่างๆ ได้เลย แต่ต้องเกิดจากการได้เรียนรู้ในทุกๆ สิ่ง พ่อแม่เป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุน สิ่งนี้เอง ที่องค์กรจะต้องสร้างวัฒนธรรมเพื่อส่งเสริม และสนับสนุน ให้คนในองค์กรเกิดการ Learning ให้มีวัฒนธรรมในการ Learn Fast, Fail Fast and Move Forward


ความคิดที่ว่า ‘คนรุ่นใหม่ไม่อยากทำงานในองค์กร’ แต่จริงๆ แล้ว องค์กรนั้นแหละที่ทำให้คนรุ่นใหม่ไม่อยากมา เข้ามาทำงาน องค์กรสร้างกรอบ เด็กรุ่นใหม่ไม่ชอบกรอบทางความคิด

Mind Set ของมนุษย์เรามี 2 ประเภท Fixed Mind Set และ Growth Mind Set เป็น Choice ที่เราเลือกเอง ว่าเราอยากเป็นแบบไหนในองค์กร แต่องค์กรเองก็ต้องมี Platform ของการ Learning มันก็จะเชื่อมโยงกับ Growth Mind Set ในปัจจุบันภายในองค์กรเกิด Fixed Mind Set นั้นเป็นเพราะ องค์กรไม่มีวัฒนธรรม ในการ Learning และไม่มีเวทีให้ได้ทดลอง ไม่มี Feedback Culture อย่าไปโฟกัสที่ KPI เพียงอย่างเดียว


บทสรุป ในตอนนี้เรากำลังอยู่ในโลกของอีกภาคหนึ่งที่มันไม่เหมือนเดิม เราเห็นภาพทุกอย่างอยู่ใกล้ตัว Lifestyle ของคนก็เปลี่ยนแปลงไป เราต้องลุกขึ้นมา หาวิธีที่จะ Learnto Unlearn and Relearn และจะต้องไม่มี Fixed Mind Set

ดู 8 ครั้ง0 ความคิดเห็น