Leadership with Learning Strategy: Going Beyond the Future of Work

ถอดความจากงาน L&D Forum 2021: "Next Normal of Human Development: Post-Covid19 is the age of new learning experiences" เรียบเรียงโดย PMAT TEAM

ตอนปี 2019 เคยคาดการณ์กันว่าจะค่อย ๆ เกิดดิสรัปชั่นโดมิโนในธุรกิจต่าง ๆ แต่พอโควิด-19 เข้ามา สิ่งที่เกิดขึ้นทันทีเลยก็คือ โดมิโนล้มทุกตัว และจากนี้ไปจะเกิดดิสรัปชั่นต่อเนื่องราวกับลูกคลื่น


อะไรอยู่ข้างหน้าพวกเราหลังปี 2021?

ใน 10 ข้างหน้า จะเกิดจุดหักศอกใหญ่ 2 ครั้ง หลังจากนั้นจะเกิดการยกเครื่องใหม่ในระบบเศรษฐกิจโลก ซึ่งจะใช้เวลาอีกราว 10-15 ปีข้างหน้า ตอนนี้เราอยู่ในช่วงที่ต้องเร่งทำ Transformation ในยุคที่โควิด-19 (Covid-19) เป็นผู้บริหารระดับ C level บริษัทต้องเร่งเครื่องทรานส์ฟอร์มมหาศาล เพราะเราอยู่ในช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับภูมิภาคเอเชียนี้ เรียกว่าถูกที่ถูกเวลา

นิก แน็ค เวนเจอร์ แคปปิตอล บอกว่า พวกเรากำลังบ่ายโฉมหน้าเข้าสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศเหล่านี้ กำลังเข้าสู่ยุคทอง องค์กรเราที่อยู่ท่ามกลางพายุ ท่ามกลางวิกฤต จึงต้องเร่งดับไฟ ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และต้องเร่งทรานส์ฟอร์ม เพราะอีก 10 ปีข้างหน้าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของผู้ที่ปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลง และอีก 10 ปีข้างหน้า กลุ่มธุรกิจสตาร์ทอัพ ยูนิคอร์นจะไม่ cool แล้ว เพราะมีม้ามืดตัวใหม่แห่มาเพิ่มอีก 20 ตัว


ทรานส์ฟอร์มยากมาก ๆ ต้องเริ่มจากแก่น ทำผิวเผินไม่ได้ เริ่มจากด้านบนก่อนเสมอ ไม่ได้เริ่มจากHR แต่เริ่มจากผู้บริหารตระกูล C ต้องมีความตระหนักถึงวิกฤตที่เกิดขึ้น พอวิกฤตแล้วต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และทรานส์ฟอร์มองค์กรไปพร้อมกัน ในทุก ๆ วัน องค์กรต้องลุกขึ้นมาฟิตซ้อม เพราะโลก 10 ปีข้างหน้าจะมีดิสรัปเข้ามาไม่หยุดหย่อน


เหตุผลทางยุทธศาสตร์ ทำไมองค์กรต้องทรานส์ฟอร์ม? เป็นการส่งสารให้ทุกคนเดินไปพร้อมกัน ตอนนี้มันหนักหน่วงมาก ฮีโร่ทุกคนกำลังถูกวิกฤตบีบคั้น แต่มันก็จะหล่อหลอมภาวะผู้นำท่ามกลางวิกฤต วิกฤตจะสะท้อนด้านดีที่สุดออกมา ถ้าผู้นำสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ จะดึงพลังมหาศาลออกมา ต่อให้โควิด-19 จบไปแล้ว ก็ให้เราต่อสู้เหมือนกับเราอยู่ท่ามกลางหายนะโควิด-19 ในทุกวัน เพราะการทรานส์ฟอร์มไม่มีวันสิ้นสุด


หน้าที่ผู้นำหลังโควิด-19 หนักหน่วงมาก ต้องเป็นผู้นำแนวคิดใหม่ ต้องทำกลยุทธ์หลังโลกใหม่ โลกหลังโควิด-19 เปลี่ยนไปมหาศาลแน่นอน ตอนนี้ทุกอย่างทำได้หมด ทำให้เกิดธุรกิจส่งอาหาร home economy กำลังเติบโต คนทำทุกอย่างจากที่บ้าน โลกใหม่ ภูมิทัศน์ใหม่ เปลี่ยนไปมหาศาล


ผู้นำต้องวางสถาปัตยกรรมองค์กร ออกแบบโครงสร้างองค์กร มีความรู้ความสามารถ มี ระบบบริหารจัดการ เป็น Chief Culture Officer หัวหน้าทีมบริหารวัฒนธรรมองค์กร เพราะวัฒนธรรมเป็นแก่น เป็นเส้นเลือด เป็นจิตวิญญาณ ให้ร่างกายขยับ


วัฒนธรรมเริ่มจากเบื้องบน ต้องมองเห็นเลา ๆ ว่า โลกจะเป็นอย่างไรต่อไป? อย่าใช้วิธีตัดแปะ ไปเอาวัฒนธรรมเน็ตฟลิกซ์มาโมดิฟาย ดึงเอากลยุทธ์จากอเมซอน จะทำให้องค์กรเรากลายเป็นผีดิบแฟรงเกนสไตล์ทันที


เหตุผลของการดำรงอยู่ในโลกใหม่คืออะไร? หาให้เจอ อย่าไปก๊อปปี้ เพราะทุกอย่างมันต้องฟิตในแบบของคุณเอง

การเปลี่ยนแปลงองค์กร ต้องเริ่มจากภูมิทัศน์ เชื่อมด้วยระบบภาวะผู้นำ ภาวะผู้นำเท่านั้นถึงจะทำให้เกิดทรานส์ฟอร์มขององค์กรได้ คิดสิคิด ทำไมองค์กรของคุณต้องดำรงอยู่หลังโลกใหม่


การทรานส์ฟอร์มต้องทำทุกส่วนไปพร้อมกัน ทั้งโมเดล กลยุทธ์ วัฒนธรรมองค์กร โครงสร้างองค์กร ระบบบริหารจัดการ และมันต้องเข้ากัน ถามตัวเองว่ามันสอดคล้องกับกลยุทธ์และโมเดลของคุณหรือเปล่า? และเอาเทคโนโลยีมาใส่เพื่อทรานส์ฟอร์ม ต้องคิดเป็นระบบ


คุณต้องมีดีไซน์ มี Inner Passion ในใจ ยิ่งอยู่ระดับสูง จุดอ่อนจะยิ่งขยายมหาศาล ถ้าคุณสื่อสารห่วย ยิ่งไดร์ฟทรานส์ฟอร์มมากเท่าใด จะไปแตะคนมหาศาล สิ่งสำคัญคือ ต้องตระหนักเสมอว่า ตัวคุณมีจุดอ่อนอะไร? จะปิดจุดอ่อนได้ยังไง? ยิ่งทรานส์ฟอร์ม จุดอ่อนจะยิ่งขยายใหญ่ ในโลกใบใหม่ จุดแข็งจะกลายเป็นจุดอ่อนเฉยเลย บางคนเก่งวางยุทธศาสตร์ 5 ปี แต่โลกใหม่ไม่มีหรอกยุทธศาสตร์ 5 ปี ต่อให้ 3 ปียังยาวเกินไปเลย โลกยุคใหม่ต้องการคนเก่งมาอยู่รวมกัน สร้างระบบนิเวศทางธุรกิจร่วมกัน

อย่าสร้างคนที่คิดเหมือน ๆ กัน ในคอมฟอร์ทโซน ต้องหาคนที่กล้าถกเถียง กล้าเผชิญหน้า จะได้เอามาเติมเต็มซึ่งกันและกัน และวัฒนธรรมองค์กรที่ดี จะสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมในทีมของผู้นำ


โลกใหม่ซับซ้อน มาไวไปไว การตัดสินใจต้องรวมศูนย์ มาถกเถียงกัน มันอาจเกิดวิกฤตต่อเนื่อง แต่ถ้าองค์กรคุณผ่านโควิด-19 ไปได้ คุณก็มีภูมิคุ้มกันต่อเนื่อง ไม่ต้องบู๊ทไฟเซอร์เข็ม 3 แล้วก็ได้

ทำไมตัวคุณถึงต้องทรานส์ฟอร์ม? ทำไมต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อองค์กร? แล้วทำไมองค์กรต้องเปลี่ยนแปลง? เพราะมันสร้างคุณค่าใหม่ ๆ ให้องค์กร ถ้าคุณตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ ผิด กลับตัวลำบากมาก แต่ถ้าตัดสินใจเรื่องเล็ก ๆ ผิด คุณได้เรียนรู้


ยิ่งสำเร็จมาก ยิ่งตาบอดหูหนวก ยิ่งกว่าหูซ้ายทะลุหูขวา ความสำเร็จของผู้นำทำให้หูหนวกตาบอด สิ่งสำคัญคือ ให้ความเห็นอกเห็นใจต่อผู้อื่น รับฟังคนอื่น เพราะเหตุผลแห่งความเป็นอยู่ขององค์กร ผู้นำไม่ได้กำหนด แต่เป็นโลก คู่ค้า ลูกค้า พนักงาน และสังคม ตอนนี้เราทุกคนล้วนต่างอยู่ในโลกของประสบการณ์ร่วมกัน (Total Experience)


เปิดใจ เปิดหู เปิดตา ฟังให้ได้ยิน คู่ค้า ลูกค้า พนักงาน ฟังด้วยหัวใจของ empathy listening ฟังอย่างตั้งใจ เอามาประมวลผล เอาน้ำเย็นราดหัว ตื่นขึ้นมาจากทุ่งลาเวนเดอร์เลย ถ้ามัวแต่ฝันหวาน คิดแต่จะเข้าข้างตัวเอง


ในโลกใบใหม่ สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนเลยก็คือ คนที่เข้าใจคู่ค้า เข้าใจลูกค้า เข้าใจพนักงาน เข้าใจสังคม เพราะฉะนั้นผู้นำจึงต้องหาจุดร่วมให้ได้


สร้างวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ ทดลองทำ ลองผิดลองถูก ปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง กระจายอำนาจออกไป ให้การสนับสนุนทุกภาคส่วน ชื่นชมกับความล้มเหลว ยอมรับกับความผิดพลาดแบบไม่ตั้งใจไปบ้าง เฉลิมฉลองให้กับทุกความสำเร็จ และความล้มเหลวเท่า ๆ กัน


วิสัยทัศน์ต่างจากฝันเฟื่องตรงไหนรู้ไหม? ฝันเฟื่องจะฟุ้งไปไกลเหมือนดมกาว แต่วิสัยทัศน์ที่ดีคือความจริงที่ยังไม่เกิด


องค์กร KBTG ต้องยกระดับความสามารถของผู้บริหารทุกระดับใน 4 ปี โลกยุคใหม่ ทรัพยากรที่ดีที่สุดคือ ข้อมูล แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าข้อมูลก็คือ คนเก่ง

การทำทรานส์ฟอร์ม ทุกคนสำคัญหมด ต้องสื่อสารวิสัยทัศน์ จนกระทั่งตัวเองรู้สึกเหนื่อย ไม่ไหวแล้ว มันเบื่อเหลือเกิน กระทั่งมันฝังเข้าไปในหัวผู้บริหารและพนักงาน ให้เชื่อว่ามันสำคัญจริง ๆ นะ ถ้าให้เหตุผลที่ถูกต้อง พนักงานจะอิน และร่วมแรงร่วมใจไปกับผู้นำ


หน้าที่ผู้นำต้องมอบเป้าหมายใหม่ให้องค์กร สร้างเป้าหมายร่วม แล้วลุยไปด้วยกัน ชัยชนะจะไม่มีประโยชน์เลย ถ้าไม่มีคนมาร่วมฉลองด้วย และความพ่ายแพ้ มันก็แค่เรื่องชั่วคราว เดี๋ยวมันก็ผ่านไป


เหตุผลที่ KBTG ดำรงชีวิตอยู่ มันมีแค่ไม่กี่อย่าง เราดำรงอยู่เพื่อสร้างเทคโนโลยี พยุงเส้นเลือดทางเศรษฐกิจให้กับคนไทย ดูแลองคาพยพเศรษฐกิจไทยทั้งหมด


วัฒนธรรมเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง ถ้ามีกลยุทธ์ที่ดี แต่ถ้าวัฒนธรรมองค์กรมันโหลยโท่ย คุณก็เป็นได้แค่หัวหน้าแฟรงเกนสไตล์ วิสัยทัศน์ของ KBTG จึงสอดประสานเป็นหนึ่งเดียว เพราะเราจะเป็นนัมเบอร์วัน นี่คือค่านิยมองค์กรที่เราเชื่อ และจะเชื่อตลอดไปแม้จะเกิดทรานส์ฟอร์มกี่ร้อยครั้ง (Continuous Transformation) ก็ทำอะไรชั้นไม่ได้หรอก


เราจะเอาชนะคู่แข่ง ไม่ใช่แค่ 10-20% แต่เป็นการมองไปข้างหน้า แล้วพุ่งออกไปไม่หยุดยั้ง กรุงไทยเรียนรู้ทุกวัน นั่นคือทิศทางที่เราจะไป


ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ในโลกยุคใหม่มี impact มากๆ กับความเป็นไปขององค์กร และทำอะไรได้เยอะใน 10 ปีข้างหน้า ผู้นำมีหน้าที่สร้างอนาคต ภาระจะหนักกว่ายุคก่อนโควิด-19 -19 ต้องสร้างวิสัยทัศน์ที่ยิ่งใหญ่ ต้องสร้างคน และสร้างวัฒนธรรมที่ดีในองค์กรทุกวัน ถ้าทำแล้วเวิร์ก มีโอกาสเป็นผู้นำแห่งศตวรรษได้เลย
ดู 73 ครั้ง0 ความคิดเห็น