4 ทักษะใหม่ที่พนักงานที่ต้องใช้ทำงาน Hybrid ในช่วง Pandemic

อัปเดตเมื่อ 18 มี.ค.

วสุธร หาญนภาชีวิน | KhonatWork

ความสามารถใหม่ในปีที่ผ่านมาของคุณคืออะไร? ต้องยอมรับว่าช่วง 1-2 ปีนี้ เป็นปีที่ HR Professionals และพนักงานทุกคนได้ทำงานหนักในการติดสปีดสร้างความสามารถใหม่ให้กับตัวเองและองค์กรขึ้นมาแบบไม่คาดคิดมาก่อนแบบ งาน HR ช่วงเริ่มต้นของโควิด-19 เราได้เห็น ‘นวัตกรรมในการดูแลพนักงาน’ จากหลายๆองค์กรจากทักษะใหม่ของฝ่ายบุคคล ไม่ว่าจะเป็น

> การสื่อสารกับพนักงานและสังคมภายนอกผ่านสื่อโซเชียลจากเทคนิคการตลาดดิจิทัลและแบรนด์แบบทันเหตุการณ์ในแต่ละวัน

> การฝึกอบรมแบบยกขึ้นออนไลน์ 100% ในทันที พร้อม Blended Learning ทุกรูปแบบอย่างเรียลไทม์ และเครื่องมือช่วยในการทำงานสารพัดระบบ

> การดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของพนักงานแบบองค์รวม (Well-being) ทั้งความปลอดภัย ปลอดโรค และแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจขั้นสูงสุด

> การสร้างประสบการณ์ดีๆให้กับผู้สมัครงานในช่วงที่ไม่สามารถมาเจอหน้ากันได้ ผ่านโปรแกรม Virtual Conference และเครื่องมืออื่นๆ และการต้อนรับพนักงานใหม่แบบส่งตรงถึงหน้าบ้าน ซึ่งบางทีพวกเราทำได้ดีกว่าช่วงปกติด้วยซ้ำไป

> การเลย์ออฟพนักงานแบบ Inter-Company Transfer จากกันด้วยดีพร้อมหางานใหม่ให้ด้วยผ่านแพลทฟอร์มออนไลน์เสมือนเป็นเว็บไซต์หางาน


สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นทักษะและความสามารถใหม่ที่หลายคนได้ติดตัวมาในช่วงพลิกวิกฤตเป็นโอกาส แต่มันยังไม่จบแค่นี้ ในช่วงที่เราหวังว่าจะเป็นครึ่งหลังของการระบาดของไวรัสครั้งนี้ Slack หนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีสื่อสารที่หลาย ๆ บริษัทนำมาช่วยในการทำงานในปีที่ผ่านมา เก็บข้อมูลพบว่า พนักงานเพียง 12% เท่านั้นที่อยากกลับมาทำงานที่ออฟฟิศเต็มเวลาเหมือนเดิม ทั้งในอเมริกา อังกฤษ เยอรมัน ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย และยังมีการศึกษาจากหลายๆสำนักก็พบแนวโน้มไปในทางเดียวกัน รวมถึงในประเทศไทย แล้วยังมีความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับสถานการณ์ในอนาคต


นี่ทำให้เกิดเป็นแนวคิดการทำงานแบบ Hybrid: Structure, Sociability, Independence, Flexibility นอกจากรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนไปแล้ว ปัจจัยแห่งความสำเร็จของงานยังเปลี่ยนไปที่ความรวดเร็ว โฟกัสเป้าหมาย การมอบหมายงานที่ให้อิสระมากขึ้น การให้ความสำคัญกับการดูแลพนักงานและลูกค้าไปพร้อมๆกัน มีสังคมการทำงานแบบใหม่ และยืดหยุ่นมากกว่าเดิม และเราจะมองมันให้เป็นโอกาสในการพัฒนาพนักงานและสร้างความสามารถใหม่ไปด้วยกันโดยวางแผนรับมือกับความไม่แน่นอน (Planning for the unplanned) ด้วยรูปแบบการทำงานใหม่


นอกจากการทำงานแบบ Hybrid Working Model ที่เกิดขึ้นกับสภาพแวดล้อมในการทำงานแล้ว เนื้องานในแต่ละตำแหน่งยังพัฒนาตัวเองกลายเป็น “Hybrid Jobs” หรือบางครั้งเราเรียกว่า “Superjobs” ที่ไม่ได้ถูกจำกัดด้วยกล่องในโครงสร้างองค์กร สายการบังคับบัญชาแบบเดิมๆ บทบาทหน้าที่ที่ระบุไว้ในประกาศรับสมัครงาน หรือการรายงานตรงต่อหัวหน้างานเสมอไป


Hybrid Jobs เกิดขึ้นได้เพราะงานบางส่วนเรามีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยทำให้ดีขึ้นเร็วขึ้น แต่งานที่มนุษย์ทำได้ดีกว่านั้นมีตั้งแต่การตีความหมายของข้อมูล การบริการลูกค้า การแก้ปัญหาที่ซับซ้อนหลายด้าน (Wicked Problems) ดังนั้น พนักงานในทุกตำแหน่งงาน ต้องมีความสามารถใหม่ในการทำงาน Hybrid Jobs เริ่มตั้งแต่วันนี้ จึงจะพาองค์กรประสบความสำเร็จในยุคนี้

1. Wicked Problem Solving: ความสามารถในการแก้ปัญหาหลายมิติ ไม่ใช่เพียงวัดผลงานกันจากความพยายามหรือปริมาณงานที่พนักงานแต่ละคนทำ การแก้ปัญหาที่ซับซ้อนที่ต้องใช้ทั้ง IQ และ EQ นี้ ต้องอาศัยทักษะการสื่อสารและการรับฟังด้วยความเข้าใจ (Empathy) การทำงานเป็นทีมและการสร้างความร่วมมือ แต่มันจะไม่ได้มีขอบเขตงานหรือรูปแบบตายตัวเหมือนเดิม Hybrid Jobs จะยืดหยุ่นและมีวิวัฒนาการไปเรื่อยๆอย่างที่เราได้เห็นงานในตำแหน่งชื่อแปลกๆที่คลุมเครืออย่าง manager, designer, analyst หรือ architech ที่ไม่ค่อยมีใครเข้าใจว่าทำอะไรกันแน่ แต่ที่แน่ ๆ มีการใช้ทักษะเฉพาะทาง ทั้งในเชิงเทคโโลยี การวิเคราะห์ข้อมูล การตีความ การสื่อสาร การบริการ และความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์มากกว่าหนึ่งฝ่าย ดังนั้น


2. Purposeful Leadership: ภาวะผู้นำที่ทีมงานผูกพันและมีแรงจูงใจในการทำงาน ไม่ใช่จำนวนลูกน้องที่มี ในช่วงเวลาที่การทำงานแบบเจอหน้ากันที่ออฟฟิศเป็นไปได้ยาก สิ่งเดียวที่จะยึดเหนี่ยวความเป็นทีมและความมุ่งมั่นในการทำงาน คือเป้าหมายและความหมายของงานแบบ Purposeful ผู้นำที่ดีต้องสามารถสร้างและรวมใจพนักงานให้มีจุดหมายเดียวกันจนเกิดเป็นวัฒนธรรมใหม่และผลลัพธ์ที่ดีขึ้น สร้างข้อตกลงในวิธีทำงานร่วมกันแบบใหม่ ในขณะเดียวกันก็ต้องดูแลพนักงานให้ปลอดภัย ปลอดโรค แข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจแบบองค์รวมที่เรียกว่า Well-being เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการทำงานอีกด้วย


3. Enabling Technology Adoptation: ความสามารถในการใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีช่วยทำงาน จนกระทั่งสามารถเพิ่มผลิตภาพและคุณค่าแก่ลูกค้าได้ ทั้งในแง่ของเทคโนโลยี Automation อาทิ Robotics ที่เห็นกันทั่วไปอย่างโดรน หรือหุ่นยนต์ในโรงงาน Cognitive technologies และ Machiine Learning ที่สามารถเรียนรู้จากการศึกษาข้อมูล (Data) แล้ววิเคราะห์ออกมาเป็นแพทเทิร์นของข้อมูลจนเกิดเป็นความสามารถ ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI นอกจากนี้ ยังรวมไปถึงการใช้เทคโนโลยีที่คุ้นเคยในชีวิตประจำวันง่ายๆอย่างสื่อ Social Media นอกเหนือจากเพื่อความบันเทิง หรือโปรแกรมสื่อสารแบบ Virtual เช่น Microsoft Team, Zoom หรือ LINE เพื่อช่วยสร้างผลลัพธ์ของงานและเพิ่มประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้าได้ มองสถานที่ทำงานในมุมใหม่เป็น Smart Workplace

4. Real Time Integrated Learning: ความสามารถในการเรียนรู้แบบ Real Time ช่วงนี้อาจเป็นช่วงที่ดีที่สุดในการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆแบบ Action-Learning ด้วยสถานการณ์บังคับส่วนหนึ่ง และนี่จะนำไปสู่ความสามารถที่สำคัญที่สุดในข้อสุดท้าย ความสามารถในการผสมผสาน (Integrate) สิ่งที่ได้เรียนรู้ เข้ากับประสบการณ์ใหม่ที่เจอ และนำไปใช้ในงานได้จริงในแต่ละวันแบบเรียลไทม์ เปรียบเสมือนภูมิคุ้มกันที่ไม่ว่าจะเจอกับสถานการณ์ไม่แน่นอนอะไร ก็สามารถรับมือและพัฒนาตัวเองต่อได้แบบไม่หยุด


ไม่ใช่ทุกคนที่ทำงานได้ดีที่สุดในช่วง 9 โมงเช้าถึง5โมงเย็นเหมือนกัน การทำงานแบบ Hybrid จึงไม่ได้นำความยุ่งเหยิงมาให้เพียงอย่างเดียวแบบที่หลายคนกังวล แต่กลับกลายเป็นความหวังใหม่ของคนทำงานอีก 51.6% ที่เชื่อว่า ทำให้ชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัวสมดุลขึ้น มีความสุข และ Productive ขึ้นกว่าเดิม


หากอยากประสบความสำเร็จในการทำงานแบบ Hybrid ลองหยิบทักษะข้างต้นบางส่วนไปพัฒนาตนเอง พัฒนาทีมงาน และพัฒนาองค์กรให้ก้าวไปอีกขั้น โดยใช้โอกาสนี้ในการหาความรู้และทักษะที่เป็น Transferrable Skills คือไม่ตายตัว สามารถนำไปใช้ได้ในหลายๆหน้างาน ความรู้เหล่านี้เป็นเรื่องใหม่ที่อัพเดทตลอดเวลา การเลือกวิธีและช่องทางเรียนรู้ที่เหมาะกับตนเองจะช่วยให้พัฒนาได้ดีที่สุด ช่องทางในการเรียนรู้ในปัจจุบันมีมากมาย เรียนได้ฟรีด้วยตัวเอง เรียนออนไลน์ หรือเข้าร่วมกลุ่มในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้บนสังคมออนไลน์ และลองใช้ Business Case ที่กำลังเกิดขึ้นในองค์กรในการการลงมือทำจริงไปพร้อมๆกันฝึกฝนทุกวัน


วิกฤตการณ์ครั้งนี้อาจยังต้องหาทางแก้กันต่อ หากนี่ไม่ใช่ครึ่งหลังอย่างที่หวัง แต่ดันมีช่วงต่อเวลาอีก เราคงได้เห็นทักษะใหม่และนวัตกรรมดีๆจากเหล่า HR Professionals ออกมาเพื่อช่วยให้องค์กรฝ่าวิกฤตนี้ด้วยขีดความสามารถใหม่ของพนักงานคนสำคัญไปด้วยกัน เฉกเช่นเดียวกับวิวัฒนาการของเทคโนโลยีที่พัฒนาไปทุกวัน

อ้างอิง From jobs to superjobs - Deloitte Managing Remote Work and Optimizing Hybrid Working Model - BCG Why the Future of work might be hybrid - BBC Only 12 of workers want to return to the office full time - Forbes


ดู 288 ครั้ง0 ความคิดเห็น