เศรษฐกิจโตขยาย…ด้วยความตายของระยะทาง (On the Death of Distance and Economic Development)

ดร. ณัฐวุฒิ พงศ์สิริ | Nutavootp@gmail.com

การคิดค้นเครือข่าย World Wide Web (WWW) โดย ทิม เบอร์เนอร์ส ลี แห่งองค์การวิจัยนิวเคลียร์ยุโรป หรือ เซินทร์ ทำให้การใช้อุปกรณ์ดิจิทัลส่งข้อมูลและพูดคุยกับทุกคนบนโลกสามารถทำได้แทบจะในทุกที่ทุกเวลา อินเทอร์เน็ตกลายเป็นแพลตฟอร์มหลักสำหรับการเชื่อมต่อทั่วโลก ยิ่งเทคโนโลยี 5 G กำลังจะถูกนำมาใช้ ความเร็วในการสื่อสารที่เพิ่มมากขึ้นยิ่งทำให้ระยะทางเสมือนหนึ่งกลายเป็นศูนย์ ฟรานเซส เคร์นครอส นักเศรษฐศาสตร์ชาวอังกฤษ ถึงกับกล่าวว่าเราได้อยู่ในยุค ‘The Death of Distance’ หรือ ‘ความตายของระยะทาง’ เนื่องจากสถานที่จะไม่เป็นปัจจัยจำกัดความสามารถของมนุษย์ในการสื่อสารระหว่างกันอีกต่อไป


ในอดีต การสื่อสารไปยังสถานที่ต่างกันล้วนต้องใช้เวลา ตั้งแต่สัญญานควันบนกำแพงเมือง นกพิราบสื่อสาร หรือไปรษณีย์ม้าด่วนข้ามทวีป (Pony Express) ด้วยคุณูปการของการพัฒนาระบบดิจิทัลทำให้การสื่อสารเชื่อมต่อได้ทั่วโลกในเวลาอันรวดเร็ว การปฏิวัติการสื่อสารเป็นการปรับระดับความไม่สมดุลของช่องว่างทางโอกาสระหว่างประชากรในประเทศเจริญแล้วและประเทศกำลังพัฒนา รวมทั้งธุรกิจขนาดใหญ่และขนาดเล็ก แม้ว่าเทคโนโลยีด้านการสื่อสารจะพัฒนาไปมากจนแทบจะปราศจากอุปสรรคเรื่องระยะทาง แต่การเดินทางของมนุษย์รวมทั้งการเคลื่อนย้ายปัจจัยการผลิตและตัวสินค้า ยังคงต้องใช้ทั้งเวลาและค่าจ่ายที่สูง การเชื่อมต่อเส้นทางและการพัฒนาเทคโนโลยีการขนส่งเป็นส่วนสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจ ช่วยการขยายตัวของเมืองและจำนวนผู้อยู่อาศัย การเพิ่มความเร็วในการเดินทางสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจลงได้อย่างมีนัยสำคัญ และทำให้เศรษฐกิจเกิดการขยายตัว เช่นเดียวกับการนำเครื่องจักรไอน้ำมาใช้ในยุคเริ่มต้นการปฏิวัติอุตสาหกรรมซึ่งทำให้เกิดการผลิตจำนวนมาก คุณภาพสินค้ามีความสม่ำเสมอและราคาต่อหน่วยถูกลง แนวโน้มเทคโนยีในอนาคตที่จะช่วยให้การเดินทางและการขนส่งเร็วขึ้นไปอีก เช่น รถไฟพลังงานแม่เหล็กแบบยิ่งยวด (Ultra-High-Speed Maglev) หรือ ‘รถไฟบิน (Flying Train)’ พัฒนาโดยบริษัทการบินอวกาศและอุตสาหกรรมของประเทศจีน คาดว่าจะสามารถทำความเร็วได้ถึง 4,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มากกว่าความเร็วเสียงถึง 3.26 เท่า นอกจากนี้ยังมีการเดินทางรูปแบบที่ 5 ถัดจากการเดินทางด้วยรถ เรือ รถไฟ และเครื่องบิน เรียกว่า ไฮเปอร์ลูป ซึ่งเป็นการขนส่งที่ใช้กระสวย (Pod) ส่งไปตามท่อที่มีแรงกดอากาศต่ำจนใกล้สุญญากาศ เพื่อให้มีแรงเสียดทานน้อยที่สุด คาดว่าจะทำความเร็วได้สูงถึง 1,200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เทียบกับเครื่องบินที่ได้เพียง 800 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไฮเปอร์ลูปจะเริ่มนำมาใช้ขนส่งผู้โดยสารและสินค้าระหว่างเมืองดูไบและอาบูดาบี ใน ค.ศ. 2021 ซึ่งจะลดเวลาการเดิยทางเหลือเพียง 12 นาทีเท่านั้น และอนาคตเราอาจจะได้ใช้บริการจรวด BFR (Big Falcon Rocket) ของบริษัท SpaceX ที่กำลังพัฒนาในชื่อโครงการ Earth to Earth Rocket สามารถย่นระยะเวลาเดินทางข้ามทวีปเหลือเพียงประมาณ 30 นาที ด้วยการเดินทางแบบโปรเจคไทล์ คล้ายกับขีปนาวุธข้ามทวีป


อย่างไรก็ตาม การเดินทางและการขนส่งที่เร็วขึ้นจนระยะทางเสมือนกลายเป็นศูนย์เช่นเดียวกับการสื่อสารยังไม่สามารถทำได้ในอนาคตอันใกล้ เนื่องจากเทคโนโลยีในการเคลื่อนย้ายมวลสารจากที่หนึ่งแปลงเป็นบางอย่างที่คล้ายกับคลื่นวิทยุ เดินทางผ่านคอนกรีต หรือสิ่งก่อสร้างต่างๆ แล้วประกอบขึ้นใหม่ในอีกที่หนึ่งในชั่วพริบตา ที่เรียกว่า ‘เทเลพอร์ต’ (ย่อมาจาก Teleportation) ต้องอาศัยการพัฒนาองค์ความรู้ระดับอนุภาคควอนตัม ความก้าวหน้าในการย้ายมวลสารที่พอมีเค้าลางให้เห็นอยู่บ้าง เช่น ศาสตราจารย์แอนทัน เซลิงเกอร์ จากมหาวิทยาลัยเวียนนา สามารถเทเลพอร์ตสถานะของอนุภาคย่อยของอะตอม หรือ คิวบิด (Qubits) โดยใช้หลักการพัวพันเชิงควอนตัม (Quantum Entanglement) ทำให้เกิดเป็นคู่อนุภาคคิวบิดใหม่ ที่มีความพัวพันกันแต่แยกกันอยู่ไกลกว่าร้อยกิโลเมตร คู่ของอนุภาคซึ่งมีความพัวพันกันจะมีปฏิกิริยาตอบสนองตามกันในทันทีที่เกิดความเปลี่ยนแปลงกับอนุภาคใดอนุภาคหนึ่ง ไม่ว่าทั้งสองจะอยู่ในตำแหน่งที่ห่างกันเท่าใดก็ตาม การพัวพันของ 2 อนุภาค ช่วยให้สามารถถ่ายโอนข้อมูลได้ทันทีโดยระยะทางที่ห่างกันมีค่าเท่ากับศูนย์ ซึ่งปีที่แล้ว ผาน เจียนเว่ย นักวิทยาศาสตร์จีนประสบความสำเร็จในการส่งข้อมูลด้วยวิธีเทเลพอร์ต เคลื่อนย้ายข้อมูลสถานะของคิวบิดจากพื้นโลกขึ้นไปยังดาวเทียมม่อจื๊อในอวกาศได้ในชั่วพริบตา เป็นการเทเลพอร์ต วัตถุได้ไกลที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยทำ แต่ก็ยังเป็นแค่การถ่ายทอดข้อมูลสถานะของสิ่งต่าง ๆ ไปยังที่ห่างไกลมากกว่าจะเป็นการเคลื่อนย้ายมวลสารทั้งหมดและไปประกอบใหม่โดยตรง เปรียบเสมือนเครื่องส่งแฟ็กซ์ ซึ่งส่งข้อมูลต่าง ๆ ไปพิมพ์ลงบนกระดาษที่ปลายทาง แต่ไม่ได้ส่งกระดาษที่มีข้อมูลต้นฉบับไปถึงยังจุดหมายจริง ๆ นักวิทยาศาสตร์ยังพบว่าการเพิ่มจำนวนคิวบิดยังเป็นเรื่องยาก เนื่องจากการสูญเสียพฤติกรรมเชิงควอนตัมของอนุภาตย่อยอันมีสาเหตุจากการรบกวนภายนอก


ปัจจุบัน มูลค่าการซื้อขายออนไลน์ของโลกอยู่ที่ประมาณ US$ 3.3 Trillion และคาดว่าจะเพิ่มเป็น US$ 4.5 Trillion ใน ค.ศ. 2021 การซื้อขายและชำระเงินผ่านออนไลน์ได้เข้ามาเปลี่ยนวงการค้าปลีกแบบเดิม แต่การส่งมอบสินค้าจากผู้ขายให้ถึงมือผู้ซื้อยังคงต้องพึ่งการขนส่งสินค้า แม้ว่าในยุคดิจิทัลจะมีการนำเทคโนโลยีหลากหลายรูปแบบมาใช้ในการขนส่งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดเวลา แต่ก็ยังมีค่าใช้จ่ายที่สูง การเดินทางและขนส่งแม้จะด้วยวิธีที่เร็วที่สุดก็ยังดูห่างไกลจาก ‘ความตายของระยะทาง’ ถ้าหากว่าในอนาคตการย้ายมวลสารด้วยวิธีเทเลพอร์ต สามารถทำได้จริงและระยะทางกลายเป็นศูนย์ ประวัติศาสตร์คงต้องบันทึกว่าเศรษฐกิจโลกได้เกิดการขยายตัวแบบก้าวกระโดดอีกครั้ง


ฐานเศรษฐกิจ, 2562. ““เศรษฐกิจโตขยาย ด้วยความตายของระยะทาง (On the Death of Distance and Economic Development)”, CEO Focus, the Disrupt, 19 กันยายน 2562, pp. 23

HR Society Magazine. “เศรษฐกิจโตขยาย ด้วยความตายของระยะทาง(On the Death of Distance and Economic Development)”,ธรรมนิติ. Vol. 17, No 202, หน้า 44-47, ตุลาคม 2562

ดู 14 ครั้ง0 ความคิดเห็น