• KHON

รู้จักมักจี่ KBTG

อัพเดตเมื่อ: 22 ธ.ค. 2020

คุณอภิรัตน์ หวานชะเอม | วารสารการบริหารฅน 1/2561

KBTG มีทีม Innovation ที่ไม่ได้เน้นเพียงแค่เทคโนโลยี เราตระหนักว่าเทคโนโลยีเป็นเพียงเครื่องมืออย่างหนึ่ง แต่สิ่งที่สำคัญคือความาสามารถในการนำเทคโนโลยีมาสร้างคุณค่าให้ชีวิตคนดีขี้น เราทำงานแข่งกับเวลาในรูปแบบที่กระชับกะทัดรัด ค่อนข้างเฉพาะกิจ มีการตั้งเป้าแบบสั้นๆ หาวิธีที่จะสร้างนวัตกรรมใหม่และทดลองอย่างรวดเร็ว ถ้า Fail ก็ Fail Fast เราเลือกที่จะไม่พยายามเปลี่ยนองค์กรใหญ่ที่เป็นเรื่องยากเนื่องจากขนาดและ legacy ต่างๆ แต่เลือกที่จะจัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจขึ้นมาเพื่อนำร่องในการตอบโจทย์นวัตกรรมใหม่ และทดลองสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการสร้างนวัตกรรม ที่ไม่เพียงแต่สถานที่ทำงานที่ส่งเสริมให้เกิดการคิดต่างอย่างสร้างสรรค์เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงวิธีการใหม่ในการวัดผลหรือ KPIs ที่ส่งเสริมให้มีการลองไอเดียใหม่ๆและสามารถผิดพลาดได้อย่างมีหลักการอีกด้วย เห็นได้ชัดว่าวิธีการแบบเดิมๆ ที่ออกแบบมาสำหรับธุรกิจที่เน้นการสร้างรายได้และการลดต้นทุนเป็นหลักนั้นไม่สามารถผลักดันให้เกิดการทำงานในโหมดของนวัตกรรมได้อย่างเพียงพอ นอกจากนั้นการสร้าง Entrepreneurial Spirit ให้กับพนักงานว่าไม่ใช่การทำงานในหน้าที่เพื่อตอบโจทย์การประเมินผลงาน แต่ให้รู้สึกว่าสิ่งที่ทำนั้นคือธุรกิจของตัวพนักงานเอง ต้องเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าที่มาที่ไปของสิ่งที่ทำคืออะไร ลูกค้าต้องการอะไร สิ่งที่เราตอบโจทย์เมื่อเทียบกับคู่แข่งแล้วเป็นอย่างไรต้องมองเห็นองค์รวม (Holistic View) เหล่านี้เนื่องจากในองค์กรใหญ่ไม่มีการเชื่อมโยง พนักงานบางคนทำงานแต่ไม่เห็นหน้าลูกค้า งานที่ทำอยู่ทุกวันนี้แทบไม่รู้เลยว่ามาได้อย่างไร แต่ที่ต้องทำ เพราะถูกกำหนดให้ทำโดยตำแหน่ง....ทำแล้วก็ไม่เห็นว่างานที่ทำนำไปใช้เป็นอย่างไร ฉะนั้นแล้วในบริบทใหม่ของดิจิทัล และนวัตกรรม องค์กรจะต้องทำให้พนักงานเห็น และซาบซึ้งในผลของงานที่ได้ทำไปจะทำให้เกิดประสิทธิภาพและความเป็นเจ้าของร่วมกันกับองค์กรของพนักงาน


ที่น่าสนใจคือจะเห็นได้ว่า KBTG เป็น Technology Company ที่ไม่มีคำว่า Technology อยู่ใน Core Values ของบริษัทเลย Core Values ของ KBTG อย่างแรกคือ Value Creation เพื่อเน้นว่า Technology ที่ดีและมีความหมายต้องเป็นเทคโนโลยีที่สร้างคุณค่าและทำให้ชีวิตลูกค้าดีขึ้น สองคือ Innovation เราสร้างคุณค่าผ่านนวัตกรรมทางการเงินรูปแบบใหม่ๆ ที่ได้ต้นแบบความคิดมาจากความเข้าใจความต้องการของลูกค้าอย่างลุกซึ้ง อันที่สามคือ Agility คิดไวทำไวมีความกระฉับกระเฉงมากขึ้น Fail Fast ....ทีนี้ลองมองว่าการสร้างคุณค่าผ่านนวัตกรรมแล้วทำให้ชีวิตคนดีขึ้นได้อย่างไร ทุกเดือนจะมีการจัดอีเว๊นซ์เพื่อสื่อสารให้กับพนักงานทราบว่าคำว่าดีขึ้นคืออะไร โดยการเชิญคนจากด้านนอก ผลงานที่ทำบ้าง สัมภาษณ์ลูกค้า ทำเป็นวีดีโอเปิดให้พนักงานดูว่าสิ่งที่ได้ทำ....โปรแกรมที่ได้เขียนไปนั้นทำให้ชาวนาคนนี้ มีโอกาสมากขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้ต้องขายข้าวให้โรงสี ปลูกข้าวโดยใช้สารเคมี สุขภาพไม่ดี.....มาพอถึงตอนนี้เขาสามารถขายตรงได้ มีส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้นสามเท่า เขาสามารถทำออแกรนิคได้ มีความสุข เพราะสุขภาพดี โดยแนวคิด “พ่อปลูกลูกขาย” กลายเป็นธุรกิจครอบครัว.....นี่คือตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมของจริงมาเปิดให้กับพนักงานได้ดู สิ่งหวังคืออยากให้พนักงานเกิดความรู้สึกร่วมเกิดความเชื่อเป็นแรงผลักดันเลิกสนใจว่าตัวเองทำงานหน้าบ้านหรือหลังบ้าน เพราะทำให้พนักงานรู้สึกว่าถึงแม้จะอยู่หลังบ้านแต่ก็สร้างคุณค่าและทำให้ชีวิตคนดีขึ้นได้


โดยส่วนตัวแล้วสิ่งสำคัญที่สุดในความสำเร็จที่ผ่านมาก็คือ “คน” และสิ่งที่ท้ายทายที่สุดก็คือ “คน” เช่นกัน สำหรับเทคโนโลยีนั้นเราสามารถที่จะควบคุมได้ แต่เรื่องของคนนั้นมีปัจจัยหลายอย่างที่อยู่นอกเหนือความคาดหมายภายใต้ข้อจำกัดของเงื่อนไขและมุมมองที่แตกต่าง.....ที่ผ่านมาในอดีต การสรรหาคนนั้นสามารถดูได้จาก transcript ที่เป็นเสมือนมาตรวัดว่าเก่งแค่ไหนในสิ่งที่เรียนมา (หรือความสามารถในการทำข้อสอบ) แต่ในการก้าวสู่ยุคของการสร้างมูลค่าทางธุรกิจผ่านนวัตกรรมนั้น เราต้องสามารถวัดความสามารถและคุณภาพในด้านอื่นๆ ที่สำคัญกว่า อาทิเช่น Entrepreneurial Spirit, Passion, Creativity ที่ไม่ได้ระบุไว้ใน transcript ได้อีกด้วย สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะวัดได้อย่างไรเพื่อให้ได้คนที่รอบรู้ (well-rounded person) เข้ามาทำงาน เพื่อเป็นนักคิดเป็นนวัตกรให้กับองค์กร ถ้าอนาคตอันใกล้นี้เทคโนโลยีจะเข้ามาช่วยคิดงานแทนคน เราจะรู้ได้อย่างไรว่าคนที่เรารับเข้ามาสามารถคิดได้ สร้างสรรค์ได้ เพราะฉะนั้นอยากฝากให้กับ HR ทุกที่ ให้คุยกับ Line Manager แล้วร่วมกันคิดหาวิธีการกลั่นกรองคัดเลือกคนที่จะเข้ามาทำงาน ซึ่งในอนาคตจะไม่ใช่แค่ Single Discipline ซึ่งในอดีตจะค่อนข้างง่ายจาก Job Role ที่สามารถบ่งบอกว่ามีความถนัดในด้านใด แต่จะเปลี่ยนไปเป็น Multi Discipline ในอุดมคติคือคนที่สมองซีกซ้ายและซีกขวามีประสิทธิภาพเท่ากัน ส่วนนี้เป็นเรื่องสำหรับคนใหม่ สำหรับคนเก่าจะต้องคิดว่าจะสร้างทักษะใหม่ให้เขาได้อย่างไร การเข้ามาของเทคโนโลยีจะส่งผลกระทบของงาน HR อย่างมาก เพราะเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับคนโดยตรง HR จะต้องยกระดับตัวเองขึ้นมา ต้องสร้างนวัตกรรมทางด้าน HR ให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นยุคทองและท้าทายสำหรับ HR ที่ต้องก้าวข้นไปและสร้างนิยามใหม่ให้กับงาน


ติดตามเนื้อหาฉบับเต็มได้ที่ วารสารการบริหารฅน People Magazine Vol.1.2561 Show & Share - รู้จักมักจี่ KBTG
ดู 24 ครั้ง0 ความคิดเห็น

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด